วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พระราชดำรัสด้านงานยุติธรรม

วิถึทางของบ้านเมือง

พระบารมีเหนือกษัตริย์ใดในหล้า ทรงดำริสิ่งมีค่ามหาศาล
ยอมสละทุกสิ่งเพื่อกิจการ ให้ทวยราษฎร์ทั่วทุกย่านได้ร่มเย็น


ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป/บชร.1

คลายทุกข์ได้ด้วยพระบารมี

พระราชกรณียกิจหลักของพระองค์คือ ยกระดับความเป็นอยู่
และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยพระองค์จะเสด็จ
ไปยังท้องที่ต่างๆ
พร้อมทอดพระเนตรสภาพปัญหาในท้องที่
เหล่านั้น ด้วยพระองค์เอง พระองค์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่
ละปี
เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไป  ประทับแรม

พระตำหนักตามภูมิภาคต่างๆ และจะทรงหาโอกาสเสด็จ
พระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎร
ในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่เสมอ
อาจกล่าวได้ว่า
ไม่มีพื้นที่แห่งใด ในประเทศไทย
ที่พระองค์
ไม่เคยเสด็จพระ
ราชดำเนินไปถึง

ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป/บชร.1

พระเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชน

พระเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชน
เป็นพระเมตตาที่ไม่มีเงื่อนไขเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

พระองค์ได้ทรงพระอุตสาหะวิริยะบ­ำเพ็ญพระราชกรณียกิจ นานัปการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุ­ขแก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วทุกภูมิ­ภาค มิได้ทรงว่างเว้น พระองค์ทรงทำให้ประเทศไทยเจริญก­้าวหน้าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การปกครองความสัมพันธ์กับต่างปร­ะเทศ การเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาติ
บชร.1 "ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป"

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

King of Thailand

King of Thailand



“A caring Monarch who loves his People”.Perhaps this photograph above all others signifies how the Thai people see their King.


I LOVE MY KING ! although some people have a bad thought about him , but i don't care becuz i knew what he done for us and he is the greatest king in the world ,

His Majesty the King

by on Dec 4, 2010
His Majesty the King was born on Monday the 5th of December 1927, at Mount Auburn Hospital, in Cambridge, Massachusetts, U.S.A., being the third and youngest child of Their Royal Highnesses Prince and Princess Mahidol of Songkla.

His Majesty attended the Ecole Nouvelle de la Suisse Romande, Chailly sur Lausanne. Later on he moved to the Gymnase Classique Cantonal of Lausanne from where he received his Bachelier s lettres diploma. He then chose to enter Lausanne University to study science, but the sudden death of his elder brother, King Ananda Mahidol, in Bangkok on the 9th of June, 1946, changed the course of his life completely, for the Law of Succession bestowed on him the arduous but challenging function of the Thai Crown. The Government on behalf of the people came to ask the Princess Mother for her other son to be their King. As he had not finished his education, His Majesty decided to go back to Switzerland for another period of study, but this time in the subject of Political Science and Law in order to equip himself with the proper knowledge for government.

Following the completion of his education in Switzerland in the early 1950s, His Majesty returned home to Thailand. In the years following, he began what has become his way of life - traveling throughout the year to the provinces and rural areas of the kingdom to visit his people, talk to them and, perhaps even more important, listen to them. He learns first hand of their needs and their problems and then sets about trying to find a way of giving immediate help; later these problems are studied in depth to find a permanent solution or way of assistance.

ทฤษฎีใหม่

by on Mar 9, 2009
ในประเทศไทย มีเกษตรกรจำนวนมากมายมีที่ดินไม่ถึง20ไร่ และผูกติดชีวิตไว้กับฟ้าฝนเพียงอย่างเดียว พื้นที่เกษตรเล็กๆเหล่านั้นจึงไม่อาจผลิตพืชผลเพื่อขายเพียงพอที่จะเลี้ยงปากท้องได้
ทำอย่างไร ผืนดินจำนวนน้อยนิดอันเป็นต้นทุนเพียงอย่างเดียวของเกษตรกร จะสามารถหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างพอเพียง ขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันความเสี่ยงจากธรรมชาติที่ไม่แน่นอนได้
ด้วยเหตุนี้ พระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้พระราชทานพระราชดำริเรื่องทฤษฎีใหม่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ทุกข์ร้อนให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤต
พระราชดำริทฤษฎีใหม่ เป็นวิธีการที่จะช่วยให้เกษตรกรที่มีที่ดินจำนวนน้อย ใช้เป็นแนวทางในการจัดการที่ดินและน้ำ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แนวคิดของทฤษฏีใหม่ ใช้สำหรับการจัดการที่ดินแปลงเล็ก ประมาณ 10-15 ไร่ เพื่อช่วยให้เกษตรกรเลี้ยงตัวได้ มีข้าวพอกินตลอดปี

โดยทรงกำหนดให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น4 ส่วนคือ
ส่วนที่1 ขุดเป็นสระน้ำ 3 ไร่
ส่วนที่2 ใช้ทำนาข้าว 5 ไร่
ส่วนที่3 ให้ปลูกพืชชนิดต่างๆ 5 ไร่ เพื่อใช้เป็นอาหารให้เพียงพอตลอดทั้งปี หากเหลือจึงนำไปจำหน่าย
ส่วนที่4 ใช้เป็นที่อยู่อาศัย และเลี้ยงสัตว์อีก 5 ไร่
แนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้ ได้กลายมาเป็นประจักษ์ถึงความสำเร็จอันเกิดจากพระอัจฉริยภาพ และสายพระเนตรอันยาวไกลของพระองค์ ที่สามารถช่วยเหลือพสกนิกรให้พ้นทุกข์ยากในการดำรงชีวิตได้

Section 20 A New Theory
In Thailand many agriculturists own less than 20 rai of land are unable to produce enough to feed themselves as their livelihood also depend on the rain. How can the small pieces of land that these people have as their only capital investment produce a sufficient crop to provide for their basic needs. And at the same time how can they protect themselves from the uncertainties of nature.
His Majesty has developed a theory to enable these people to adequately support themselves through crises.
His Majestys new theory advocates that people living on sections of land smaller than 10 to 20 rai plan the use of the land and water they have in the most efficient manner possible to be able to produce enough rice for the whole year. The land should be divided into four sections. The first section of three rai is a pond. The second section of five rai is for planting rice. The third section of five rai is for growing various food crops for the whole years consumption. Excess vegetables can be sold. The fourth section of five rai is the living area and for raising animals.
His Majestys new theory is proven applicable and successful due to his vision and his ingenuity to relieve his subjects from hardship in life.

โครงการแก้มลิง

on Mar 11, 2009
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักสังเกตธรรมชาติที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ ทั้งยังทรงพระปรีชาสามารถในการนำสิ่งที่ทรงสังเกตเห็นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและแก้­ไขปัญหาต่างๆอยู่เสมอ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิง ซึ่งพระราชทานแก่คณะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เมื่อวันที่14 พฤศจิกายน 2538 อันเป็นปีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

ในครั้งนั้นพระองค์ทรงพระราชทานพระราชดำริไว้ว่า ลิงโดยทั่วไปที่เราส่งกล้วยให้ ลิงก็จะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยวๆ แล้วเอาไปเก็บที่แก้ม จะกินกล้วยเข้าไปไว้ที่กระพุ้งแก้มได้เกือบทั้งหวี แล้วนำออกมาเคี้ยวและกลืนกินเข้าไปภายหลัง การนำเอากล้วยหรืออาหารมาสะสมไว้ที่กระพุ้งแก้มก่อนการกลืนนี้ เป็นพฤติกรรมตัวอย่างที่จะนำมาใช้ในการระบายน้ำท่วมออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณทิ­ศตะวันออกและทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา

โครงการแก้มลิง เป็นระบบการบริหารจัดการน้ำในฤดูน้ำหลาก เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ในพื้นที่เขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยการขุดลอกคูคลองต่างๆเพื่อระบายน้ำส่วนเกินออกจากพื้นที่ลุ่มให้ไหลมารวมกันในบ่อ­พักน้ำ ลักษณะเดียวกับที่ลิงสะสมกล้วยไว้ที่กระพุ้งแก้ม จนเมื่อน้ำในทะเลลดลงจึงค่อยระบายน้ำลงทะเล โดยการใช้ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก

นอกจากนี้ โครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริ ยังมีประโยชน์ในการบำบัดน้ำเน่าเสีย ซึ่งเป็นปัญหาด้านสภาวะแวดล้อม โดยน้ำที่ปล่อยลงจากแก้มลิงจะช่วยเจือจางน้ำเน่าเสียในคลองต่างๆ ให้เบาบางลง แล้วจึงผลักออกสู่ทะเล

โครงการแก้มลิง จึงถือได้ว่าเป็นโครงการที่อาศัยธรรมชาติในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริที่แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยะภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีความรู้จริงในธรรมชาติของน้ำ และสภาพภูมิประเทศในท้องที่ต่างๆ อย่างลึกซึ้ง

นาข้าวของในหลวง


by on Mar 9, 2009
รากฐานของสังคมไทยเป็นสังคมแบบเกษตรกรรม ข้าว คือสายใยชีวิตที่สร้างความอยู่เย็นเป็นสุขมาช้านาน

ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาและทดลองทำนามาบ้าง และทราบดีว่าการทำนานั้นมีความยากลำบาก และเป็นอุปสรรค์อยู่ไม่น้อย..
พระราชปณิธานหนึ่งขององค์พระมหากษัตริย์มีอยู่ว่า จะทำอย่างไรให้ชาวนาอยู่ได้ตามอัตถภาพ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่เราจะเห็นพระองค์ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจอันเกี่ยวข้องกับ­การเกษตรอย่างมากมาย และยิ่งได้ทราบว่าในสวนจิตรลดา ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานมีทุ่งนาอันเป็นโครงการส่วนพระองค์แล้ว ยิ่งย้ำชัดว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญเพียงไรกับการเกษตรกรรม

ย้อนกลับไปในช่วงปี พุทธศักราช 2479 2502 พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้ว่างเว้นไป เพียงจัดให้มีพระราชพิธีพืชมงคลเท่านั้น จนกระทั่งในปี พุทธศักราช 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ ทรงโปรดให้ฟื้นฟูพระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นอีก และปรับปรุงให้เหมาะกับยุคสมัย และปฏิบัติสืบมามิได้ขาด ด้วยทรงเห็นว่าเป็นการรักษาพระราชประเพณีอันดีงาม มีผลในการบำรุงขวัญและจิตใจของคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร

จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว ที่ความรู้ และเมล็ดพันธุ์พระราชทานจากโครงการนาข้าวสาธิต ได้แจก่ายไปยังเกษตรกรทั่วประเทศเพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมต่อไป

03 His Majestys Rice Paddy.

The foundation of Thai society is the agricultural community in which rice has forever been the string that bond and create peaceful living.

I have had the chance to study and experiment working in the rice paddies and I realize the hardships and obstacles.

Since one of his Majesty the Kings commitment is to ensure that the kingdoms

farmers are able to thrive within their means it is therefore not surprising that numerous royal activities involve agriculture. The fact that there lies a personal royal rice paddy field within the Chitrlada palace grounds emphasizes the importance of agriculture to His Majesty.

In the year 1960 His Majesty the King re-instituted with modifications the Royal Ploughing Ceremony to preserve this sacred ancient ceremony for the purpose of raising the morale and spirit of the Thai populous which is primarily agrarian. The modification His Majesty made was to combine the Royal Ploughing Ceremony, which had not been performed since 2479 leaving only the performance of the Puedmongkol Royal ceremony to encourage the morale of the farmers during that period. For the last four decades we have been graced with His Majestys personal participation in the Ploughing Ceremony.

Along with the information and practical know-how rice grains from His Majestys demonstration rice paddy have been distributed throughout the kingdom to individual as a token of His Majestys concern and a symbol of his sincere wishes for prosperity

พระราชกรณียกิจด้านการเกษตร

แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนา­ชนบทที่สำคัญ คือ การที่ทรงมุ่งช่วยเหลือพัฒนา
ให้เกิดการพึ่งตนเองได้ของคนในช­นบทเป็นหลัก กิจกรรมและโครงการตามแนวฯ ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมาย สุดท้ายอยู่ที่การพึ่งตนเองได้ สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างมั่นค­งเป็นปึกแผ่น เป็นไปตามหลักการพัฒนาสังคมชุมช­นอย่างแท้จริง โดยทรงมีหลักอยู่ว่า
• ทรงไม่ใช้วิธีการสั่งการให้เกษต­รกรปฎิบัติ
• ทรงเน้นให้พึ่งตนเองและช่วยเหลื­อตนเองเป็นสำคัญ
• ทรงใช้หลักการมีส่วนร่วมของประช­าชน
"ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป" /บชร.1

การพัฒนาแหล่งน้ำ

"...การพัฒนาแหล่งน้ำนั้น ในหลักใหญ่ ก็คือ การควบคุมน้ำให้ได้ดังประสงค์ทั้งปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ เมื่อน้ำมีปริมาณมากเกินไป ก็ต้องหาทางระบายออกให้ทันการณ์ ไม่ปล่อยให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายได้ และในขณะที่เกิดภาวะขาดแคลน ก็จะต้องมีน้ำกักเก็บไว้ใช้อย่างเพียงพอ ทั้งมีคุณภาพเหมาะสมแก่การเกษตร การอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค ปัญหาอยู่ที่ว่าการพัฒนาแหล่งน้ำอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง แต่ถ้าไม่มีการควบคุมน้ำที่ที่ดีพอแล้ว เมื่อเกิดภัยธรรมชาติขึ้นก็จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนสูญเสีย ทั้งในด้านเศรษฐกิจและในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งส่งผลกระทบกระเทือนแก่สิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง..."

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

 . .ชีวิตของแต่ละคนจะต้องประกอบด้วยสิ่งใดสำหรับให้มีชีวิตอยู่ได้ ถ้าเราคิดสักหน่อยว่าเรามีร่างกายที่จะต้องอุ้มชูตนเอง คือหมายความว่าทุกวันนี้เราจะต้องหาอาหารมาเลี้ยง ถ้าไม่มีอาหารเลี้ยงร่างกายนี้เป็นเวลาหนึ่ง ก็ทำให้ ร่างกายซูบผอมและอ่อนเพลียลงไป ไม่มีทางที่จะทำงานทำการใดๆ หรือแม้จะทำงานที่ไม่ใช่เป็นงานคือเล่นสนุกอะไรก็ตาม ก็ไม่ได้ทั้งนั้น คิดอะไรก็ไม่ออก ดำเนินชีวิตไม่ได้ ถ้าไม่มีอาหาร ถ้ามองดูในแง่นี้เพียงอาหารที่มาใส่ท้อง ก็เป็น กิจการที่กว้างขวางอย่างมากมาย ทีนี้พูดกันว่าคนเราต้องทำมาหากิน ดูเป็นของ ที่สำคัญที่สุด เพราะว่าถ้าไม่ทำมาหากินก็ไม่มีชีวิตอยู่ได้ หรือมีชีวิตก็แร้นแค้น และทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารใจอีก ถ้าคนเราไม่มีอาหารใจไม่ขวนขวายหาความรู้ จะไม่สบายใจ และจะไม่เป็นคนที่เจริญ ฉะนั้น ทุกคนที่ ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ และมีชีวิตอยู่อย่างดี ก็ต้องอุ้มชูให้อาหารแก่ตาและหาทาง ที่จะมีอาหารของใจด้วย. . .
พระราชดำรัส
พระราชทานเนื่องในการฉลองครบรอบ ๕๐ ปี ของสโมสรโรตารี่ในประเทศไทย
ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร
วันจันทร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๓

พระราชดำรัส


 . . .ความรู้นั้นแบ่งเป็น ๒ อย่าง ความรู้เกี่ยวข้องกับกาย และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับใจ ความรู้เกี่ยวข้องกับกายที่ได้ฝึก และที่ได้มาเรียนรู้ก็คือ วิธีที่จะรักษาตัวให้แข็งแรง รักษาสิ่งของของตัวให้อยู่ ให้ดี และสร้างสรรค์ให้สิ่งที่ใช้หรือสิ่งที่มีให้อยู่ดี และให้ดีขึ้น และทางจิตใจทุกคนมีความปรารถนาที่จะมีความสุข ต้องการมีความสงบ ต้องการมีความรู้ ความสามารถ ก็ได้ฝึกได้เรียนรู้ จากการพบปะกันในหมู่ลูกเสือชาวบ้าน และได้รับความรู้จากวิทยากร ความรู้ทั้งหลายทั้งกายทั้งใจนี้ ก็เกิดประโยชน์แก่ตัว. . .

 
 
 
พระราชดำรัส
พระราชทานในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดสระบุรี
ณ วัดหนองเขื่อนช้าง อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี
วันศุกร์ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๙

ฝายชะลอความชุ่มชื้น

ฝายชะลอความชุ่มชื้น ( Check Dam ) ก็เป็นแนวคิดหนึ่งที่เกิดจากพระปรีชาสามารถอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงคิดค้น ขึ้นเพื่อเป็นวิธีการในการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ด้วยวิธีง่าย ๆ ประหยัดและได้ผลดีนั่นคือการสร้างฝายเล็ก ๆ ให้สอดคล้องไปกับสภาพธรรมชาติโดยการใช้วัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ฝายชะลอความชุ่มชื้น ( Check Dam ) มีอยู่ ๒ ประเภท คือฝายต้นน้ำลำธารสำหรับกักกระแสน้ำไว้ให้ไหลช้าลง และสามารถซึมลงใต้ผิวดินเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในบริเวณนั้น และอีกประเภทหนึ่ง คือฝายดักตะกอนดินและทรายไม่ให้ไหลสู่แหล่งน้ำเบื้องล่างเป็นระบบวงจรน้ำที่อำนวยประโยชน์แก่การฟื้นฟู และอนุรักษ์ป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งดังตัวอย่างที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อำเภอดอยสะเก็ดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

งานพัฒนาบุคลากร

งานทุกอย่างมีด้านหน้าและด้านหลังเหมือนเหรียญบาทงานด้านหน้านั้นมีคนทำกันอย่างเยอะแยะและมีคนแย่งกันทำเพราะมีผลเห็นได้ชัดและก็ปูนบำเหน็จกันได้เต็มที่แต่งานด้านหลังที่ไม่ปรากฏต่อสายตาของคนต้องเป็นคนที่เข้าใจงานและหน้าที่ของตัวจริงๆถึงจะทำได้ และต้องเสียสละด้วยเพราะงานด้านหลังเป็นงานปิดทองหลังพระถ้าทำดีแล้วต้องไม่ให้เห็นปรากฏและต้องยอมรับว่าไม่ได้อะไรตอบแทนเลยนอกจากความภาคภูมิใจในการทำงานในหน้าที่ของตน
ขณะนี้ยังมีบุคคลอีกจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริงมีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตนแต่ประสบปัญหาไม่มีความรู้พื้นฐานและไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆได้หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนาย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้”

พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

พระราชดำริการปรับปรุงดินทราย

เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพพื้นที่และการทำมาหากินของเกษตรกรในตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ราษฎรในท้องที่นั้นได้ร่วมใจกันน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินประมาณ ๑,๒๒๗ ไร่ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงใช้ประโยชน์ตามพระราชอัชฌาสัย แต่ความที่พระองค์ทรงทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของราษฎรในบริเวณนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงทราบว่า ดินทรายมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และง่ายต่อการชะล้างพังทลายหากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ดังนั้น จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนเพิ่มขึ้นอีกศูนย์หนึ่ง หน้าที่สำคัญประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรดินตามแนวพระราชดำริของศูนย์นี้คือ ให้ศึกษาหาวิธีการพัฒนาที่ดิน หรือปรับปรุงบำรุงดิน พัฒนาแหล่งน้ำ และฟื้นฟูสภาพป่า เพื่อให้เกษตรกรในภูมิภาคนี้เอาไปใช้ในไร่นาของตนเอง ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า การพัฒนาที่ทำกินของราษฎรให้มีความอุดมขึ้น โดยการพัฒนาที่ดิน พัฒนาแหล่งน้ำตลอดจนฟื้นฟูสภาพป่า และใช้หลักวิชาการเกษตรในการวางแผนการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์

การบริหารราชการแผ่นดิน2

"การบริหารราชการแผ่นดินจะต้องยึดเอาความเจริญผาสุกและความ ตั้งมั่นของบ้านเมืองเป็นสำคัญ"

ความเจริญผาสุกและความตั้งมั่นของบ้านเมืองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่บุคคลพึงรำลึกถึงและพึงประสงค์ และความเจริญมั่นคงนั้นจะเกิดขึ้นมีได้ ก็ด้วยผู้บริหารทุกฝ่ายมุ่งกระทำการงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความตั้งใจจริง และด้วยความคิดพิจารณาโดยสติรอบคอบ ทั้งเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น…”

พระราชดำริด้านการบริหารราชการแผ่นดิน


“… ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ ทุกคนเป็นคนดี หากแต่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้

ทรงอุทิศพระองค์ประกอบพระราชกรณียกิจในทุกด้าน


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์    ได้ทรงอุทิศพระองค์ประกอบพระราชกรณียกิจในทุกด้าน  ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สุขและความเจริญรุ่งเรืองของราษฎรและประเทศชาติ พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติจึงครอบคลุมไปทั่วทุกภูมิภาค การเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ  ทั่วราชอาณาจักร    ทำให้พระองค์ทอดพระเนตร   เห็นสภาพความเป็นจริงและทรงตระหนักถึงปัญหาอันแท้จริงของราษฎรโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของเกษตรกร ซึ่งเป็น ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
          ทรงมุ่งมั่นพัฒนาแหล่งน้ำเป็นอันดับแรก   เพราะน้ำเป็นปัจจัยแห่งการพัฒนาและการช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ ตลอดจนสามารถบรรเทาอุทกภัยได้ และที่สำคัญก็คือ เป็นทรัพยากรที่สามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ง่าย  จึงได้มีพระราชดำริให้ดำเนินการโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ที่จำเป็นทั่วประเทศ อ่างเก็บน้ำดังกล่าวทุกแห่งจะเป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลา และกุ้งน้ำจืดซึ่งเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญอย่างยิ่ง  การเร่งรัดพัฒนาพื้นที่ไร้ประโยชน์ให้สามารถเปิดเป็นที่ทำกินได้นั้น ก็เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเกษตรขาดแคลนที่ดินทำกิน  และยังช่วยชะลอการบุกรุกทำลายบริเวณป่าไม้ที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ช่วยฟื้นฟูคุณภาพดินส่วนหนึ่งก็คือน้ำนั่นเอง เมื่อมีระบบชลประทานที่สมบูรณ์แบบ ก็จะสามารถเปิดขยายที่ทำกินออกไปได้อีก

          โครงการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นโครงการพระราชดำริ โครงการหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมฉับพลันของหลายพื้นที่ในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง  คือ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล   ในช่วงเดือน  สิงหาคม - ตุลาคม ของทุกปี   และสำหรับในช่วงเดือน   มกราคม - พฤษภาคม  พื้นที่ในลุ่มน้ำป่าสักก็จะประสบภาวะแห้งแล้งขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภค บริโภค

          ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และความห่วงใยในพสกนิกร   ของประชาชน ด้วยพระอัจฉริยภาพที่ล้ำลึก     และเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ทรงแก้ปัญหาให้  "ความโหดร้าย" ของแม่น้ำป่าสักกลายเป็น   "ความสงบเสงี่ยม"   ที่น่านิยม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน   เมื่อวันที่  19 กุมภาพันธ์ 2532 พระองค์ท่านได้มีพระราชดำริให้กรมชลประธานดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนน้ำ เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูก และบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้น

หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและการชลประทานเนื่องจากปัจจุบันการเพาะปลูก นอกเขตชลประทาน อาศัยน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติและน้ำฝนเป็นหลัก จึงเกิดปัญหาเรื่องปริมาณน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช พืชได้รับน้ำ ไม่สม่ำเสมอส่งผลให้พืชที่เพาะปลูก ไม่ให้ผลผลิตดีเท่าที่ควร งานเกี่ยวกับน้ำจึงเป็นงานสำคัญที่มีประโยชน์ต่อเกษตรกรให้ทำการเพาะ ปลูกได้สมบูรณ์ ประชาชนในประเทศมีน้ำไว้อุปโภคและบริโภคอย่างพอเพียง รวมทั้งได้ใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างคุ้มค่า

ความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัส พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529 ว่า "หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ไม่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้"
ซึ่งสะท้อนเห็นให้ถึงความสำคัญของน้ำเป็นอย่างมาก

          โครงการพัฒนาแหล่งน้ำจึงเป็นการเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่เสียประโยชน์และจัดให้ทางราชการสามารถเข้าไปพัฒนาที่ดินและแหล่งน้ำโดยไม่ต้อง จัดซื้อ โดยพระราโชบายที่จะให้ประชาชนมีความรัก ความหวงแหน ดูแลรักษาสิ่งที่มีประโยชน์แก่พวกเขาเองและโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมา จากพระราชดำริ ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร บางโครงการวัตถุประสงค์จะมีความหลากหลาย ทั้งการเกษตร การอุปโภคบริโภค การบรรเทาอุทกภัยเป็นต้น

๖๖ ปี ทรงครองราชย์ ราษฏร์ร่มเย็น

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ขจัดปัดเป่าความทุกข์

พระราชดำรัสด้านการเกษตร

ทรงเป็นเกษตราธิราช ของปวงชนชาวไทย

หกสิบปีแห่งการครองราชย์

ตลอดระยะเวลาเกือบจะครบหกสิบปีแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุทิศพระวรกายด้วยพระวิริยะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท้องถิ่นทุรกันดาร ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระราชกรณียกิจเหล่านี้ มิได้แต่เพียงแสดงถึงความห่วงใย และความเอาพระราชหฤทัยใส่ต่อพสกนิกรของพระองค์เท่านั้น  หากแต่ยังแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาบ้านเมือง อันเป็นเสมือนดวงประทีปนำทางให้เกิดโครงการตามแนวพระราชดำริหลากหลาย ทั้งในด้านการเกษตร วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว พระอัจฉริยภาพทางดนตรียังเป็นที่ประจักษ์และยกย่องของนานาประเทศทั่วโลก แต่ที่สำคัญที่สุดทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา โดยเฉพาะทางด้านการเกษตร จนได้รับพระฉายาว่าทรงเป็นเกษตราธิราช ของปวงชนชาวไทย

แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาชนบท

“...การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามขั้นตอน
ต้องสร้างพื้นฐานความ พอมี พอกิน พอใช้ ของ
ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน  โดยใช้วิธี
การและอุปกรณ์ ที่ประหยัด แต่ถูกตามหลักวิชา
เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นพร้อมพอสมควรและปฏิบัติ
ได้แล้ว จึงค่อยเสริมความเจริญและ
ฐานะทางเศรษฐกิจชั้นที่สูงขึ้นไป ลำดับต่อไป
...”

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

โปรดร่วมกันปกป้องพระเกียรติยศ

จะมีสักกี่ครั้ง ที่เราจะมีโอกาส สร้างความดี ถวายงานให้ "ในหลวง"ได้โปรดร่วมกันปกป้องพระเกียรติยศ และเผยแพร่พระราชกรณียะกิจเพื่อ “ในหลวง” ของพวกเรา

พระบรมราโชวาทสอนสั่งปวงชนชาวไทย

ประเทศไทยของในหลวง เป็นประเทศที่สงบสุข เพราะเราได้พระมหากษัตริย์ที่ทรงศีลทรงธรรมเป็นเจ้าประเทศ พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดประชาชนของพระองค์ให้มีความสุขสงบสันติด้วยประการต่าง ๆ พระองค์ทรงสอนให้ประชาชนของพระองค์เป็นผู้มีศีลมีธรรม และช่วยกันทำให้ประเทศไทยที่พระองค์ทรงประทานให้ปวงชนชาวไทยได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ให้เป็นประเทศที่สงบสันติ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอันสมควรตามธรรมพระองค์ทรงมีพระบรมราโชวาทสอนสั่งปวงชนชาวไทย ดังนี้
“...เราประเทศไทยถ้าสามัคคีกันดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่มีเหตุผล เราเองจะเป็นที่ตั้งของความมั่นคงผาสุกของราษฎรที่เป็นประชากรแห่งประเทศนี้ เป็นตัวอย่างแก่มวลมนุษย์มวลมนุษย์ก็มนุษย์ชาตินี้เอง และประเทศอื่นก็อาจเอาอย่างบ้างก็เกิดความไม่เบียดเบียนขึ้น ความอยู่ในโลกนี้อย่างสบายพอสมควรคือไม่ใช่หรูหรา ประเทศไทยเราจะอยู่ไม่ใช่อย่างทุกคนอยู่ มีบ้านหรูหรากันทุกคนและร่ำรวยกันทุกคน แต่ว่าทุกคนก็พอมีพอกิน...”

สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นซึมลึกอยู่ในประเทศไทยและความเป็นไทย

อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามกับสื่อต่างประเทศ หลังกล่าวแนะนำหนังสือเรื่อง The King of Thailand in World Focus ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ว่า

 ผมพูดอยู่เสมอว่าสถานภาพของพระเจ้าอยู่หัวของเราที่สูงขึ้นถึงระดับนี้หลังจากครองราชย์มา 60 ปี เป็นผลมาจากบารมีที่พระองค์ทรงสร้างมา มิได้เป็นเรื่องการสืบทอด เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ในวัยเพียง 17-18 พระชันษา ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าพระองค์จะเป็นประมุขของชาติแบบใด แต่ผมคิดว่าด้วยพระปรีชาสามารถ พระวิริยอุตสาหะ และมุ่งมั่น พระองค์ทรงได้จำเริญขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ดี เมื่อกล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระองค์ท่านไม่เพียงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีด้วย ผมขอชี้ว่ามีความแตกต่าง เพราะผู้ใดผู้หนึ่งอาจเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ทั้งที่มีข้อบกพร่องและข้อเสียหลายประการ แต่ถ้าหากเราพูดว่าผู้นั้นเป็นคนดีสำหรับผมมีความหมายมากกว่า ฉะนั้น เมื่อเรากล่าวถึงพระองค์ท่านว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่ดี จึงมีความหมายลึกซึ้งกว่าที่กล่าวว่าพระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ การจะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดี เป็นคนดี เป็นเรื่องที่จะต้องได้มาด้วยอุตสาหะของตนเอง ไม่ใช่สืบทอดมาแต่อย่างไรก็ตาม สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นซึมลึกอยู่ในประเทศไทยและความเป็นไทย ผมมั่นใจว่าสถาบันนี้จะยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์และดำเนินต่อไป

ที่สำคัญไปกว่านั้น ศูนย์รวมจิตใจที่เหนียวแน่นของคนไทยตลอดไปยังคงเป็น สถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น

ประวัติศาสตร์กับปัจจุบันเกี่ยวกับบทบาท “สถาบันพระมหากษัตริย์” อย่างไรบ้าง


ในสมัยก่อนสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญมาก เพราะถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับ รัฐ ที่ต้องมีผู้
ปกครองสูงสุด ถึงพร้อมซึ่งอำนาจ เพื่ออำนวยความยุติธรรมและระงับจลาจล ในสมัยประชาธิปไตย แม้ไม่มีอำนาจทางการเมือง แต่พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในฐานะผู้นำด้านวัฒนธรรม เพราะตามประเพณีแต่โบราณทรงค้ำจุนทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม อำนาจอย่างอื่นอาจหมดไป แต่วัฒนธรรมและพระราชพิธีที่ยังสืบเนื่องมา อย่างน้อยก็เป็นเครื่องบ่งบอกเอกลักษณ์ของชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์จึงดำรงอยู่ ทั้งที่มีคนส่วนหนึ่งพยายามบอกว่า นี่เป็นรากแก้วของระบอบศักดินาที่ยังตกค้างอยู่ในสังคมไทย ร่วมกับ ลัทธิอมาตยาธิปไตย ในระบบราชการ
        ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม โลกเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน ความคิดของคนก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ถ้าถามผมว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญอยู่หรือไม่ในสังคมไทย ก็ขอตอบว่า ให้ดูจากการจัดงานครองราชย์ 60 ปี คนไทยจำนวนมหาศาลทั้งประเทศออกมาแสดงความชื่นชมยินดี เพราะเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจ การแสดงออกนี้อาจจะมากกว่าในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์เสียอีก ที่ต่างออกมาชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะเห็นว่า ทรงทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองอย่างแท้จริง ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในสังคมสมัยเก่า
บทความนี้เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ปกป้องเพื่อให้ไทยเป็นไทย


“…ข้าพเจ้าเป็น เดอะคิง และเขาบอกว่า do no wrong  เราก็เห็นด้วยกับเขา เพราะการทำ
อะไร ถ้าคนเรา ถือว่าต้องมีสติ คือหมายความว่ารู้ว่าทำอะไร คิดอะไร และไม่ปล่อยให้ผิดออกมา ก็ไม่ผิด ผิดไม่ได้ 
อันนี้ก็เป็นการพูดว่า  ข้าพเจ้าเองไม่ผิด ไม่มีวันผิด  ถ้าสมมติพูด  ผิดเพราะไม่รู้
แต่ผิดโดยรู้ว่าผิด การทำผิดโดยรู้ไม่ดี แต่บางทีไม่รู้เพราะว่าไม่มี ขอโทษนะ พูดไม่มีสติ ขาดสติ คือไม่ระวังตัว ทีหลังก็
เสียใจ
 
เมื่อก่อน ก่อนจะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นคิง ก็เสียใจหลายครั้ง แต่ตอนเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้ว เป็นคิง คิงแบบไทยๆ ฝรั่งบอกเป็นเดอะคิง เข้าใจว่าน้อยครั้งที่ทำผิด เพราะระวัง ถ้าไม่ระวัง ป่านนี้ตายแล้ว ลำบาก ต้องระวัง ไม่ระวังก็ตาย   เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่เรียกว่าการเมือง หรือการอยู่ในสายตา
ของคน สายตาคนฆ่าได้   ถ้าเราไม่ระวัง เราตาย    ก็เลยถึงบอกได้ว่าทำไมการที่บอกว่า
THE KING can do no wrong. เพราะต้อง can do no wrong….”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2548

 ก่อนอื่นหากทำความเข้าใจพระราชดำรัสท่อนนี้ให้ถ่องแท้ เราๆ คนไทยธรรมดาจะเข้าใจ “ในหลวง” มากยิ่งขึ้นเมื่อก่อนเราคิดว่า พระเจ้าอยู่หัวคือ“ผู้ไม่มีวันผิด” แต่ต่อมาเราเข้าใจอย่างลึกซึ้งจากพระราชดำรัสนี้ว่า พระ องค์ท่านระมัดระวัง
อย่างมาก
“ที่จะไม่ทำความผิด” คำว่า “ไม่มีวันผิด” กับ “ไม่ทำความผิด” ความหมาย
ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

       
ที่มาของความต้องการ “แก้ไข-ยกเลิก” ประมวลกฎ หมายอาญา มาตรา 112 ค่อนข้าง
หลากหลาย แต่หลักๆ คือ...
        กลุ่มแรก คนเสื้อแดง ชัดเจนว่าต้องการยกเลิก
จุดประสงค์ชัดเจน
สอดรับกับการล้มล้างระบอบอำมาตย์ และ “เอาผิด”
        
อีกกลุ่มคือ นักวิชาการ สื่อมวลชน นักเขียน บางกลุ่ม ต้องการให้แก้ไข
เพื่อไม่ให้มาตรา
112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง

...ความต้องการของเสื้อแดงนั้นยากที่จะยอมได้ ตราบใดที่ยังมีความคิด
ล้มล้างระบอบการปกครองอยู่ สถาบันกษัตริย์จะได้รับผลกระทบโดยตรง...
ส่วนการแก้ไขนั้น เป็นข้อเสนอที่ต้องรับฟัง เพียงแต่จะแก้อย่างไร เพราะโดยถ้อยคำในมาตรานี้
คือ
“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ค่อนข้างสมบูรณ์ในตัวเองดีอยู่แล้ว และไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง กับการเมืองทั้งสิ้น
แต่การเมืองต่างหากนำมาตรานี้ไปใช้ประโยชน์! ดังนั้น สิ่งที่ต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนจะแก้ไขคือ
ทำอย่างไรไม่ให้การเมืองหาประโยชน์จาก มาตรา
112.
ขอขอบคุณไทยโพสต์

เหตุที่ต้องหยิบยกพระราชดำรัสนี้ขึ้นมา
อีกครั้ง ก็สืบเนื่องจากปัจจุบัน คนบาง
กลุ่มยังไม่สิ้นความพยายามที่จะเรียก
ร้องให้ “ยกเลิก” หรือ “แก้ไข”
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

..รู้จักคำว่า "สำนึกบุญคุณแผ่นดินไทย
แผ่นดินเกิด ที่พระมหากษัตริย์ไทย
ทุกพระองค์ทรงปกป้องเพื่อให้ไทย
เป็นไทย,มีเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้
กันบ้างหรือไม่".....
"ขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป" /บชร.1


พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับการพัฒนาสังคม

พระราชกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาสังคมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวได้ว่าเป็นศาสตร์ที่เป็น สุดยอดแห่งกระแสของการพัฒนาโดยแท้ ด้วยเหตุที่โครงการแต่ละโครงการที่ทรงมีพระราชดำรินั้นจะมีความก้าวหน้าในเชิง วิชาการด้านการพัฒนาสังคมอยู่โดยตลอด นับตั้งแต่ในยุคแรก ๆ ที่เริ่มด้วยโครงการทางด้านสังคมสงเคราะห์ คือเป็นการให้ ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบปัญหาความทุกข์ยากโดยตรง ต่อมาจะเป็นการเน้นให้เป็นการดำเนินโครงการที่นำไปสู่การพัฒนา ตนเอง คือเพื่อนำไปสู่การ พึ่งตนเองให้ได้ในที่สุด ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาสังคมที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาสังคม อย่างแท้จริง จนกระทั่งมาถึงในยุคปัจจุบันที่ทรงมีพระราชดำริให้มี ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ที่ตั้งขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเป็น ศูนย์แห่งการพัฒนาสังคมที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วพระราชอาณาจักร ซึ่งลักษณะของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเวลานี้ จะเป็นการมุ่งให้ประชาชนผู้มีส่วนในโครงการเหล่านั้น รู้จักการดำเนินโครงการต่าง ๆ ด้วยตนเอง จัดการกับปัญหาของตนเอง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ให้การสนับสนุนให้ความสะดวกในเรื่องต่าง ๆ เช่น ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ทรงมีพระราชดำริให้รู้จักเลือกใช้ตามความเหมาะสม เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

แนวพระราชดำริ

แนวพระราชดำริทั้งหลาย แสดงถึงพระวิริยะอุตสาหะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระสติปัญญา ตรากตรำพระวรกาย เพื่อค้นคว้าหาแนวทางการพัฒนาให้พสกนิกรทั้งหลายได้มีความร่มเย็นเป็นสุขสถาพรยั่งยืนนาน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ได้พระราชทานแก่ปวงไทยตลอดเวลามากกว่า 50 ปี
        จึงกล่าวได้ว่าพระราชกรณียกิจของพระองค์นั้นสมควรอย่งยิ่งที่ทวยราษฎรจักได้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ตามที่ทรงแนะนำ สั่งสอน อบรมและวางแนวทางไว้เพื่อให้เกิดการอยู่ดีมีสุขโดยถ้วนเช่นกัน โดยการพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขึ้นตอนต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตาหลักวิชาการ เพื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริม ความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจขึ้นที่สูงขึ้นไปตามลำดับ จะก่อให้เกิดความยั่งยืนและจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของครอบครัว ชุมชน และสังคม สุดท้ายเศรษฐกิจดี สังคมไม่มีปัญหา การพัฒนายั่งยืน

เศรษฐกิจพอเพียง

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขึ้นนี้จึงทำให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนในแนวพระราชดำริของ  "เศรษฐกิจพอเพียง"  ซึ่งได้ทรงคิดและตระหนักมาช้านาน  เพราะหากเราไม่ไปพี่งพา ยึดติดอยู่กับกระแสจากภายนอกมากเกินไป  จนได้ครอบงำความคิดในลักษณะดั้งเดิมแบบไทยๆไปหมด มีแต่ความทะเยอทะยานบนรากฐานที่ไม่มั่นคงเหมือนลักษณะฟองสบู่  วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้น หรือไม่หนักหนาสาหัสจนเกิดความเดือดร้อนกันถ้วนทั่วเช่นนี้   ดังนั้น "เศรษฐกิจพอเพียง"  จึงได้สื่อความหมาย ความสำคัญในฐานะเป็นหลักการสังคมที่พึงยึดถือ
         ในทางปฏิบัติจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงคือ   การฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น เศรษฐกิจพอเพียงเป็นทั้งหลักการและกระบวนการทางสังคม  ตั้งแต่ขั้นฟื้นฟูและขยายเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน  เป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและบริโภคอย่างพออยู่พอกินขึ้นไปถึงขั้นแปรรูปอุตสาหกรรมครัวเรือน สร้างอาชีพและทักษะวิชาการที่หลากหลายเกิดตลาดซื้อขาย สะสมทุน  ฯลฯ  บนพื้นฐานเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนนี้  เศรษฐกิจของ 3 ชาติ จะพัฒนาขึ้นมาอย่างมั่นคงทั้งในด้านกำลังทุนและตลาดภายในประเทศ รวมทั้งเทคโนโลยีซึ่งจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาจากฐานทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ภายในชาติ และทั้งที่จะพึงคัดสรรเรียนรู้จากโลกภายนอก
        เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจที่พอเพียงกับตัวเอง ทำให้อยู่ได้ ไม่ต้องเดือดร้อน มีสิ่งจำเป็นที่ทำได้โดยตัวเองไม่ต้องแข่งขันกับใคร และมีเหลือเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มี อันนำไปสู่การแลกเปลี่ยนในชุมชน และขยายไปจนสามารถที่จะเป็นสินค้าส่งออก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจระบบเปิดที่เริ่มจากตนเองและความร่วมมือ วิธีการเช่นนี้จะดึงศักยภาพของ ประชากรออกมาสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ซึ่งมีความผู้พันกับ “จิตวิญญาณ” คือ “คุณค่า” มากกว่า “มูลค่า”

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

King of Kings

"..ถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย
เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย
ถ้าทุกประเทศมีความคิว่าทำอะไรก็ต้องพอเพียง
หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข.."
พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯณ ศาลาดุสิดาลัย 4 ธันวาคม 2541

King of Kings, King of Kings
ปกครองไพร่ฟ้า ด้วยความรัก ด้วยธรรมโดยแท้จริง
King of Kings, King of Kings
ราชันผู้ยิ่งใหญ่ ก้องไปทั้งฟ้าดิน พระทรงครองในทศพิธราชธรรม พระชี้ให้มีความรักและสามัคคี
King of Kings.....ขอพระองค์ทรงพระเจริญ­....

พระบรมราโชวาท


...  ชาตินั้นเปรียบได้กับชีวิตคน  กล่าวตามหลักความจริง  คนเราประกอบด้วย  ร่างกายส่วนหนึ่ง  จิตใจส่วนหนึ่ง  ทั้งสองส่วนคุมกันอยู่บริบูรณ์ชีวิตก็คงอยู่  ส่วนใดส่วนหนึ่งทำลายไป  ชีวิตก็แตกดับเพราะอีกส่วนหนึ่งจำต้องแตกทำลายไปด้วย  ชาติของเรานั้นมีผืนแผ่นดินและประชากรอันรวมกันอยู่เป็นส่วนของร่างกาย  มีศิลปวิทยามีธรรมเนียมประเพณี  มีความเชื่อถือและความคิดจิตใจที่จะสามัคคีกันอยู่เป็นปึกแผ่น  ซึ่งรวมเรียกว่า  "ความเป็นไทย"  เป็นส่วนจิตใจ  ชาติไทยเราดำรงมั่นคงอยู่ก็เพราะยังมีบ้านเมืองและความเป็นไทยพร้อมบริบูรณ์  แต่ถ้าความเป็นไทยของเรามีอันต้องเสื่อมสลายไปด้วยประการใดแล้ว  ชาติก็ต้องสิ้นสูญ  เพราะถึงหากบ้านเมืองและผู้คนจะยังอยู่  ก็ไม่มีสิ่งใดประสานยึดเหนี่ยวให้รวมกันอยู่ได้จะต้องแตกแยกจากกันไปในที่สุด  เหมือนส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายที่ต้องแตกจากกันเมื่อสิ้นชีวิต ...

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตปัตตานี
วันที่  ๒๒  กันยายน  ๒๕๒๑

LONG LIVE THE KING OF THAILAND LONG LIVE THE KING OF SIAM ..

เนื้อเพลง Long live The King of Thailand
เนื้อร้องและทำนอง : Kelly Newtonwordsworth
(ถอดความภาษาไทย โดย jerasak จากเว็บบอร์ด forum.serithai.net)

       Ever since I saw the face.. of this man.
       นับแต่ฉันได้เห็นหน้า.. ชายผู้นั้น
      
       
The King of Thailand, The King of Siam.
       
กษัตริย์แห่งประเทศไทย.. กษัตริย์แห่งสยาม..
      
       I felt in love with his soul loves this land.
       ฉันก็หลงไหลในความรักที่ท่านมีแก่แผ่นดินนี้
      
       It's in his eyes, it's in his heart, it's in his hands.
       มันอยู่ในดวงตา อยู่ในหัวใจ และสองมือของท่าน
      
       
He is the husband, the father and the king.
       
ท่านเป็นทั้งสามี เป็นทั้งพ่อ และเป็นกษัตริย์
      
       
A great photographer, musician so many things.
       
เป็นช่างภาพผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักดนตรี และอะไรอีกมากมาย
      
       
The way he lives his life is something to be hold.
       
วิถีดำเนินชีวิตของท่าน เป็นสิ่งที่สมควรยึดถือ
      
       His grace, his wisdom, an example to the world.
       ความงามสง่า ความเฉียบแหลมลึกซึ้ง.. ที่เป็นตัวอย่างแก่โลกใบนี้
      
       
Long live The King of Thailand.
       Long live The King of Siam.
       
ขอถวายพระพรแด่กษัตริย์ของไทย
       ขอกษัตริย์แห่งสยามทรงพระเจริญ
      
       
Long live The King of Thailand.
       Long live The King of Siam.
       
ขอถวายพระพรแด่กษัตริย์ของไทย
       ขอกษัตริย์แห่งสยามทรงพระเจริญ
      
       
And in the time when the rain came flooding down.
       
และเมื่อยามฝนตกน้ำหลาก
      
       
He saved the city with the building of the dam.
       
ท่านได้ปกป้องประเทศไว้ด้วยการสร้างระบบเขื่อน
      
       
In time of conflicts, he has always been there.
       
เมื่อยามเกิดความขัดแย้ง ท่านจะอยู่ที่นั่นเสมอ
      
       
To stop the fighting just like the father who really cares.
       
เพื่อยุติการต่อสู้ ดุจบิดาผู้ห่วงใยบุตรในอุทร
      
       
Long live The King of Thailand.
       Long live The King of Siam.
       
ขอถวายพระพรแด่กษัตริย์ของไทย
       ขอกษัตริย์แห่งสยามทรงพระเจริญ
      
       
Long live The King of Thailand.
       Long live The King of Siam.
       
ขอถวายพระพรแด่กษัตริย์ของไทย
       ขอกษัตริย์แห่งสยามทรงพระเจริญ
      
       
I'm watching wonder at the things he understands.
       
ฉันเฝ้ามองด้วยความอัศจรรย์ ในทุกสิ่งที่ท่านนั้นเข้าใจ
      
       His love for his people, his love for this land.
       ความรักที่ท่านมีต่อประชาชนของท่าน.. และต่อแผ่นดินนี้..
      
       
His working a great culture, he is one of a kind.
       
ท่านได้สร้างประชาชาติที่ยิ่งใหญ่ และท่านคือผู้เป็นหนึ่ง
      
       
His vision for the future way ahead of the time.
       
วิสัยทัศน์ของท่านกับอนาคต ก้าวข้ามพ้นกาลเวลา
      
       
Long live The King of Thailand.
       Long live The King of Siam.
       
ขอถวายพระพรแด่กษัตริย์ของไทย
       ขอกษัตริย์แห่งสยามทรงพระเจริญ
      
       
Long live The King of Thailand.
       Long live The King of Siam.
       
ขอถวายพระพรแด่กษัตริย์ของไทย
       ขอกษัตริย์แห่งสยามทรงพระเจริญ
      
       
Long live The King. Long live The King of Siam.
       
ขอถวายพระพร.. ขอกษัตริย์แห่งสยามทรงพระเจริญ
      
       
Long live The King. Long live The King of Thailand.
       
ขอถวายพระพร.. ขอกษัตริย์ของไทยทรงพระเจริญ
      
       
Long live The King.
       
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

-------------------------------------------------------------------------------------
แล้วเราคนไทย...กำลังทำอะไรกันอยู่